การซื้อทอง

การเลือกซื้อทองคำนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรพิจารณาและไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด ก็คือ เรื่องของรายละเอียดยิบย่อยของร้านทองผู้จำหน่าย คุณควรพิจารณาก่อนว่าร้านทองคำที่คุณกำลังสนใจจะไปซื้อนั้นเป็นร้านที่ได้มาตรฐานตามที่สมาคมค้าทองคำ (สคบ) กำหนดไว้หรือไม่ หากร้านนั้นได้มาตรฐานจริงต้องมีการเขียนหรือแสดงราคาทองคำประจำวันติดโชว์ที่ร้านอย่างชัดเจนซึ่งการทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยทั่วกัน เป็นการจำหน่ายทองไปในทิศทางเดียวกัน เกณฑ์เดียวกัน ราคาที่แสดงต้องแสดงทั้งราคาทองคำแท่งและราคาทองคำรูปพรรณแต่ถ้าให้ดีต้องมีสัญลักษณ์ของสมาคมค้าทองคำ (สคบ) ติดที่ป้ายประกอบด้วย อีกทั้งยังรวมถึงเรื่องของเปอร์เซ็นทองคำ, ประเภททองคำ, ราคาค่ากำเหน็จให้ลูกค้า, น้ำหนักของทองควรมีการแจ้งให้ผู้ซื้อทราบอย่างชัดเจนและที่สำคัญทองคำแต่ละชิ้นควรมีการปั้มโลโก้ของโรงงานผู้ผลิตหรือโลโก้ของร้านทองผู้ขาย
นอกจากนี้อีกสิ่งที่สำคัญในการซื้อทองคำคือ เวลาที่คุณซื้อทองคำมาแล้วหากเมื่อไรที่ต้องการขายทองคำก็ควรขายคืนให้กับร้านทองร้านเดิมที่คุณซื้อมาเป็นดีที่สุด เพราะการขายคืนแบบนี้ราคาทองที่คุณขายจะได้คืนเต็มราคา (ราคาทองคำในปัจจุบัน)
สำหรับเรื่องของการเช็ครายชื่อร้านทองคำที่ได้รับการรับรองจาก สคบ. คุณสามารถเช็คผ่านเว็บไซด์ www.goldtraders.or.th (เว็บไซด์ของสมาคมค้าทองคำ) ได้โดยตรงโดยในเว็บไซด์ดังกล่าวจะประกอบไปด้วยรายละเอียด ได้แก่ ราคาทองคำ, รายละเอียดของทองคำ, รายละเอียดของทางสมาคม, บทความและข่าวที่เกี่ยวกับทองคำที่น่าสนใจ, กระดานเพื่อการสนทนา, ไฟล์เอกสารต่างๆ ที่สามารถดาวน์โหลดได้ , รายงานการวิจัยและวารสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับทองคำ

เรื่องของธุรกิจ…

ใครบ้างที่ทำธุรกิจอยู่…ยิ่งหากเป็นนักธุรกิจมือใหม่ยิ่งควรต้องใส่ใจในเรื่องของการทำธุรกิจ และสิ่งหนึ่งที่คุณควรให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ เรื่องของกำไร (กำไรก็คือ ยอดการขายทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจ) หรือแม้กระทั่งยอดขายถึงจะเป็นสิ่งสำคัญก็จริงอยู่แต่เรื่องของการบริการจัดการเกี่ยวกับต้นทุนและเรื่องของค่าใช้จ่ายก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่ายอดขายเสียอีก หากเราไม่รู้จักที่จะบริหารการเงินให้ดี ไม่รู้จักบริหารการเงินให้เป็น ไม่เรียนรู้ที่จะทำพวกบันทึกรายรับรายจ่ายเอาไว้นั่นอาจก็นำคุณไปสู่การล้มเหลวในการทำธุรกิจก็ได้คะ แล้ว “การบริหารจัดการเกี่ยวกับต้นทุนและค่าใช้จ่าย” จะทำอย่างไรถึงจะทำให้มีกำไรเพิ่มมากขึ้นได้กันละ?
– ควรทำบันทึกรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน สิ่งแรกที่คุณควรต้องทราบคือ “เรื่องของต้นทุนและค่าใช้จ่าย” คุณต้องรู้ก่อนว่าจริง ๆ แล้วต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของคุณมีเท่าไร ส่วนนี้คุณควรจดบันทึกให้ละเอียดมากที่สุด อาจทำในรูปแบบของการจดลงในสมุดหรือจดลงในโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลคะ
– แยกเรื่องของ “ความต้องการ” ออกจากประเด็น “ความจำเป็น” เมื่อเราทำบัญชีไว้อย่างรัดกุมมากที่สุดเราก็มักจะสามารถเห็นรอยรั่วที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ต้นทุนบางตัวอาจเป็นเรื่องของความต้องการแต่มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ คุณอาจลดตัดออกไปบ้าง ทำให้มีความเหมาะสมต่อธุรกิจของคุณให้มากที่สุด ส่วนไหนที่เราพิจารณาแล้วว่าจำเป็นจริง ๆ ก็ยังสามารถใช้จ่ายในส่วนนั้นได้ตามสมควรคะ (แต่ต้องจำเป็นจริง ๆ นะคะ)