เทคตนิคการเล่นหุ้น

การเล่นหุ้น
– หมั่นศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องหุ้นเข้าไว้
ความรู้เป็นสิ่งที่คนเราสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ไม่จบสิ้น ยิ่งคุณเรียนรู้มากเท่าไรยิ่งทำให้คุณได้ทราบว่าการเล่นหุ้นคุณควรทำอย่างไรทำแบบไหนถึงจะคุ้ม ลงทุนอย่างไรถึงจะได้กำไร หุ้นนั้นเล่นยากก็จริงแต่หากเรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องหุ้นมากเท่าไร การเล่นหุ้นก็สามารถกลายเป็นเรื่องง่ายดายขึ้นมาได้ ไม่มีใครแก่เกินเรียนแก่เกินศึกษาหาความรู้หรอกคะ คุณว่าจริงไหมคะ?
– ทดลองลงทุนเล่นๆ ก่อนลงสนามจริง
การทำแบบนี้เป็นการฝึกฝนก่อนที่จะทำการลงทุนในสนามจริง เป็นการฝึกฝนรูปแบบการลงทุน เป็นการฝึกซ้อมเพื่อฝึกความชำนาญการเล่นหุ้น ยิ่งเราฝึกมากเท่าไรคุณจะยิ่งรู้จักลงทุนได้ดีมากขึ้นเท่านั้น การลงทุนนั้นเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากเราได้ลองทดลองฝึกลงทุนในสนามเล็กๆ เสียก่อนย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ
– ลงสนามจริงเสียเลย
หลังจากที่คุณได้ลองฝึกฝนในสนามเล็กๆ หรือสนามฝึกฝนไปแล้ว ได้ลองศึกษารูปแบบการเล่นหุ้นจนมีความรู้ในระดับหนึ่งแล้ว ต่อไปก็เข้าสู่การลงเล่นหุ้นในสนามจริงกันเสียที หากคุณอยากเป็นคนหนึ่งที่เล่นหุ้นเป็น เป็นคนหนึ่งที่อยากมีเงินมากมาย อย่ามัวแต่กลัวที่จะลงทุน อย่ามัวแต่กลัวความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น อย่ามัวแต่กังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิด หากอยากรวยต้องลงมือทำ ต้องลงมือเล่น การเล่นหุ้นย่อมมีทั้งได้และเสียอยู่ที่ใจเราแล้วละว่า…คุณกล้าพอไหมที่จะเสี่ยง?

รู้ไหมว่าซื้อทองไม่เหมือนซื้อหุ้นนะจ้ะ

การที่คุณจะซื้อทองคำนั้นคุณควรต้องคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน การซื้อทองคำนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากคุณสังเกตดีๆ ราคาของทองคำส่วนใหญ่มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น้อยครั้งที่ราคาทองคำจะลดลงหรือถึงจะลดก็ลดลงไม่มากลงไม่ร้อยบาท ทองนั้นเปรียบเสมือนของมีค่ามีราคาเสมือนน้ำมัน การซื้อทองคำนั้นก็เป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง คือ เป็นการลงทุนในระยะยาว แตกต่างจากหุ้นที่สามรถซื้อขายได้ในทันทีเห็นผลในทันที ส่วนทองคำต้องใช้เวลาในการเก็งกำไร อาศัยจังหวะตลาดโลกถึงจะคุ้ม นอกจากนี้เรื่อของค่ากำเหน็จก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณได้กำไรหรือขาดทุน เพราะ ร้านทองแต่ละร้านมักมีการกำหนดราคาค่ากำเหน็จที่แตกต่างกันไป บางร้านอาจราคาสูงบางร้านอาจราคาต่ำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายของทองคำว่ามีความยากง่ายแพงใด ยิ่งลายที่ทำยากยิ่งค่ากำเหน็จแพง หากคุณไม่อยากเสียเงินในส่วนนี้มากเกินไปเราขอแนะนำว่าให้คุณพยายามเลือกทองที่มีการขึ้นรูปร่างลวดลายน้อยหรือมีการขึ้นลวดลายที่เรียบง่าย ธรรมดามากที่สุด โดยทั่วไปเงินค่ากำเหน็จจะอยู่ที่ 300-500 บาทโดยประมาณ ในส่วนนี้เวลาขายคืนให้กับทางร้านทองเงินที่เป็นค่ากำเหน็จจะไม่ได้คืน พูดง่ายๆ ก็คือ คุณจะเสียเงินส่วนนี้อย่างแน่นอน เงินที่จะได้มาจากการขายก็จะลดลง หากคุณอยากได้ราคาขายทองคำขายแบบเต็มจำนวนเวลาขายคืนต้องกลับไปขายคืนที่ร้านเดิมเป็นดีที่สุดคะ (แต่อย่าลืมนะจ้ะ…. เมื่อไรที่คุณคิดจะขายทอง ราคาเต็มที่จะได้รับก็จะเท่ากับราคาทองคำในช่วงนั้นเท่านั้น ไม่ใช่ราคาทองตอนคุณซื้อมา)

การซื้อทองผ่านบัตรเครดิต

อีกวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสังคมปัจจุบัน คือ การเลือกซื้อทองคำผ่านการรูดบัตรเครดิต เพราะในสังคมสมัยนี้กลายเป็นสังคมแบบเงินผ่อน หลายคนเลือกที่จะซื้อของทุกอย่างด้วยการผ่อน มีสมบัติต่างๆ ก็ด้วยการผ่อนบัตรเครดิต บางคนถึงขั้นยอมที่จะเสียค่าธรรมเนียมการรูดบัตรหรือแม้กระทั่งดอกเบี้ยเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของที่ตนเองต้องการ แน่นอนว่าสำหรับทองคำนั้นก็ได้รับความนิยมในการซื้อผ่านบัตรเครดิตด้วยเช่นเดียวกัน บางคนซื้อทองเพื่อการสะสมแต่บางคนก็เลือกซื้อเพื่อการลงทุน (ทั้งแบบระยะยาวและระยะสั้น) เพราะทองคำนั้นถือว่าเป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งแต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องคำนึงถึงให้มากๆ คือ ราคาของทองคำเป็นสิ่งที่สามารถขึ้นลงได้เสมอ ราคาจะค่อนข้างผันผวนได้ตลอดเวลา การเลือกซื้อทองด้วยการใช้บัตรเครดิตนั้นคุณควรคำนวณให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ คำนวณดูก่อนว่าหากรูดบัตรเครดิตไปแล้วคุณจะยังคงได้กำไรหรือไม่ ได้กำไรแค่ไหน ได้กำไรเท่าไร หากรูดแล้วมันจะคุ้มอยู่หรือไม่
นักลงทุนบางท่านอาจเป็นผู้ที่ไม่มีเงินสดในการซื้อทองแต่มีความอยากได้ทองไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับหรือเพื่อไว้สะสมจึงเลือกที่จะหันหน้าเข้าหาการซื้อด้วยการใช้บัตรเครดิตแทน นอกจากนี้การทำแบบนี้จึงเป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากลงทุนแต่ไม่มีเงินทุนใช้หมุนเวียน นักลงทุนในลักษณะนี้จะใช้วิธีการรูดบัตรก่อน หลังจากที่รูดบัตรเรียบร้อยคุณต้องทำการปิดยอดเงินนั้นให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้เกิดการเสียดอกเบี้ย แน่นอนว่าช่วงระยะเวลานั้นจะเป็นช่วงที่คุณปลอดดอกเบี้ย ปลอดจนกว่าจะถึงยอดเรียกชำระเงินรอบถัดไปจะมาถึงกำหนด อาจมากถึง 45 วัน ช่วงเวลานี้ละที่นักลงทุนอาศัยให้เป็นจังหวะของการทำกำไรในระยะสั้นนั่นเอง

ซื้อทองคำด้วยบัตรเครดิตให้คุ้ม

แต่คุณรู้ไหมว่า การลงทุนแบบนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงพอประมาณแถมยังอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากได้อีกด้วย เพราะ ทองคำนั้นเป็นสิ่งที่มีความผันผวนได้ตลอดเวลานั่นอาจทำให้เราไม่สามารถมั่นใจได้ว่าหากรูดบัตรไปแล้วจะทำกำไรไว่ได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ แล้วหากช่วงนั้นทองคำเกิดราคาตกลงละ คุณอาจไม่ได้กำไรเลยสักบาทก็ได้ดีไม่ดีอาจขาดทุนได้อีกด้วยหากคุณไม่มีเงินสดจากแหล่งเงินอื่นเพื่อใช้ในการชำระเงินคืนให้กับทางบริษัทเจ้าของบัตรเครดิตได้ทันตามกำหนด แน่นอนว่าดอกบี้ยก็จะเกิดขึ้นแล้วละทีนี้ถ้าคุณจ่ายไม่ครบหรือจ่ายแบบขั้นต่ำ หรือไม่ทางเลือกสุดท้ายทื่คุณต้องทำก็คือ ขายทองคำที่เพิ่งซื้อมาเพื่อเอาเงินส่วนนั้นมาคืนแก่บริษัทแทน
และสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรระวัง คือ บางร้านนั้นอาจมีการเสียค่าชาร์จ (ค่าธรรมเนียมการรูดบัตรเครดิต) เพิ่มเติม ส่วนเรื่องของการซื้อทองคำแท่งนั้นหากจะซื้อให้คุ้มควรซื้อแบบ 5 บาทขึ้นไป เพราะ การซื้อแบบนี้คุณจะไม่ต้องเสียเงินในส่วนของค่าทำบล็อค (ค่าทำบล็อคปกติจะมีราคาอยุ่ที่ 100 บาทขึ้นไป) ดังนั้นหากจะให้ทางเราแนะนำแล้วละก็ เราขอแนะนำว่า คุณควรที่จะเก็บเงินไปเรื่อยๆ เป็นดีที่สุด เก็บเงินให้ครบเสียก่อน ค่อยๆ เก็บไปอย่าใจร้อน เก็บให้ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้แล้วค่อยนำเงินนั้นไปซื้อทองคำเป็นดีที่สุด
ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม คือ การผ่อนแบบ 0 % (แบบแบ่งจ่ายหลายเดือน) หรือการรูดบัตรเครดิตตามโปรโมชันต่างๆ ที่ทางร้านทองหรือบริษัทบัตรเครดิตมอบสิทธิพิเศาให้แต่การทำแบบนี้ก็จะมีในเรื่องของการชาร์จ/การคิดค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกัน แต่หากร้านไหนหรือบริษัทใดมีการผ่อนแบบไม่คิดเงินในส่วนนี้เราขอแนะนำว่า ก็แลยนะสิ อย่ารอช้าซื้อเลย

แนวทางการเล่นหุ้นเล็กๆ

แนวทางการเล่นหุ้นเล็กๆ
– ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
หากอยากจะเล่นหุ้นจริงๆ แล้วละก็ คุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลงสนามในการลงทุน ตั้งเป้าหมายไว้เลยว่า คุณอยากได้กำไรเท่าไร คุณต้องการลงทุนที่ไหนและคุณจะลงทุนอย่างไรไว้ให้ชัดเจน
– เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม
เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก หลายคนคงทราบกันดีว่า…การลงทุนด้วยการเล่นหุ้นนั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเสี่ยงมากพอสมควร แน่นอนว่าคุณต้องรู้จักที่จะเตรียมตัวเตรียมใจของตัวเองไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ เตรียมที่จะรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีหากคำว่าขาดทุนเกิดขึ้น หากคุณมีการเตรียมตัวเตรียมใจไว้พร้อมอยู่ตลอดเวลาแน่นอนว่าเวลาที่คุณเจ็บ เวลาที่คุณพลาดหรือเมื่อใดก็ตามที่ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นดังที่คุณคาดหวังเมื่อนั้นคุณจะได้ไม่เจ็บมาก คุณสามารถที่จะลุกขึ้นและเดินหน้าใหม่ได้อีกครั้งอย่างไม่ย่อท้อ
– สำรวจตัวเองสม่ำเสมอ
การสำรวจตัวเองอยู่เสมอนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณควรทำและเป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้ทราบว่าตัวคุณนั้นมีสภาวะทางการเงินเป็นอย่างไรบ้าง มีรายรับรายจ่ายมากน้อยเพียงใด การทำแบบนี้จะทำให้คุณได้รู้จักที่จะวางแผนเพื่อการลงทุน รู้จักการบริหารจัดการให้เป็นระบบและรู้จักที่จะลงทุนอย่างเหมาะสม
จากหัวข้อดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงข้อเสนอเล็กๆ เกี่ยวกับเรื่องการเล่นหุ้นที่เราอยากจะเสนอให้คุณได้ลองเก็บไปคิด เก็บไปพิจารณา เพราะหากคุณไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ก็อาจทำให้การเล่นหุ้นของคุณเกิดความผิดพลาดและอาจนำไปสู่การสูญเสียเงินทองมากมายโดยใช่เหตุก็เป็นได้…

เรื่องหุ้น

หลังจากที่เราได้กล่าวถึงการซื้อทองคำกันไปแล้ว ต่อไปเราจะขอกล่าวถึงเรื่องของการเล่นหุ้นการซื้อหุ้นกันบ้างนะคะ
ก่อนที่คุณจะเล่นหุ้น สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือ ลองถามใจตัวคุณเองดูก่อนว่าคุณต้องการเล่นหุ้นจริงๆ หรือไม่ คุณต้องการเล่นหุ้นเพื่ออะไร ลองถามใจตัวเองเสียก่อนที่จะทำการลงทุน เชื่อว่าเหตุผลหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นภายในใจของใครหลายๆ คน คือ ฉันอยากรวย ฉันอยากมีเงินมากๆ และสิ่งหนึ่งที่คุณควรตระหนักถึงคือ การเล่นหุ้นนั้นเป็นสิ่งที่เสี่ยงมาก อาจมีทั้งได้กำไรและขาดทุนแล้วแต่สถานการณ์ แน่นอนว่าหากคุณอยากรวย….ต้องกล้าเสี่ยงเข้าไว้นะคะ งั้นต่อไปเรามาเตรียมพร้อมในการเล่นหุ้นกันเลย
– ต้องเตรียมเงินทุนเสียก่อน
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากคุณไม่มีเงินทุนแล้วละก็ แน่นอนว่าคุณคงไม่สามารถเล่นหุ้นได้ งั้นคุณควรลองสำรวจตัวคุณเองดูก่อนว่าคุณมีเงินพอไหม มีเงินอยู่เท่าไรและที่สำคัญเงินนั้นต้องไม่ใช่เงินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เงินส่วนนี้ต้องเป็นเงินเก็บเท่านั้น เพราะเงินนี้จะเป็นเงินที่คุณไม่สามารถเอาออกมาใช้ได้ หากคุณนำออกมาใช้ในขณะที่ช่วงนั้นน่าจะกำลังได้กำไร หากคุณเอาเงินออกมานั่นอาจเป็นช่วงที่คุณเสียโอกาสที่คุณจะได้กำไรก็ได้
– แนะนำให้ลงทุนน้อยๆ ในช่วงแรก
หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่แล้วละก็ เราขอแนะนำว่าให้คุณลงทุนน้อยๆ ก่อนดีกว่าในช่วงแรก เพราะหากลงทุนแล้วเกิดขาดทุนขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเสียใจมากหรือจะได้เจ็บตัวน้อยลง การเล่นหุ้นย่อมมีความเสี่ยง ลองใช้เงินทุนน้อยๆ ดูก่อนหากดูทีท่าแล้วไปได้ดีและตอนนั้นคุณมีความรู้มีประสบการณ์มากขึ้นค่อยเพิ่มเงินลงทุนก็ยังไม่สาย