วิธีบรรเทาอาการแสบร้อนจากผิวไหม้แดด

No Comments

วิธีบรรเทาอาการแสบร้อนจากผิวไหม้แดด

ถ้าเราต้องตากแดดเป็นเวลานานจนผิวไหม้เกรียมมักจะมีส่วนทำให้รู้สึกมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ผิว โดยเฉพาะที่บริเวณแผ่นหลัง หัวไหล่ และผิวหน้าจะเป็นส่วนที่รู้สึกมากที่สุด เพราะจะเป็นบริเวณที่โดนแสงแดดได้ถนัดกว่าส่วนอื่นของร่างกาย สำหรับใครที่มีอาการแบบนี้อันดับแรกเราต้องบรรเทาอาการแสบร้อนกันก่อน โดยคุณสามารถปฏิบัติตามวิธีต่างๆ ดังนี้

1. ประคบด้วยน้ำแข็ง โดยสามารถนำน้ำแข็งก้อนมาทูบริเวณที่มีอาการแสบร้อน หรืออาจจะวิธีใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นแล้วนำมาประคบผิวก็ได้เช่นเดียวกัน วิธีนี้จะช่วยทำให้อาการแสบร้อนดีขึ้นได้

2. ใช้ว่านหางจระเข้ โดยใช้ในส่วนที่เป็นวุ้นใสๆ ที่อยู่ภายในเปลือก แต่อย่าลืมล้างยางออกให้เกลี้ยงกันด้วยนะคะ จากนั้นเอาวุ้นมาทาที่ผิวทิ้งไว้สักพัก อาการแสบร้อนก็จะค่อยๆ ทุเลาลง

3. ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติทาบริเวณผิวที่มีอาการแสบร้อน แล้วทิ้งไว้สักพัก วิธีนี้ก็จะช่วยทำให้อาการแสบร้อนค่อยๆ ทุเลาลงได้เช่นกัน

4. อาบน้ำ ถ้าสะดวกควรรีบอาบน้ำโดยทันที โดยให้อาบน้ำที่อุณหภูมิปกติหรือน้ำเย็น แต่ห้ามอาบน้ำอุ่นอย่างเด็ดขาด เพราะน้ำเย็นจะช่วยรักษาความสมดุลให้กับผิว จึงช่วยทำให้อาการปวดแสบปวดร้อนที่ผิวดีขึ้นได้

แต่ทางที่ดีเราควรระมัดระวังกันเป็นพิเศษอย่าเดินตากแดดหรืออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะถ้ามีอาการแบบนี้เป็นประจำ จะมีผลทำให้ผิวคล้ำเสียและต้องทำการรักษาเป็นเวลานานกว่าผิวจะกลับมาอยู่ในสภาพเดิม

ว่านหางจระเข้ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังเจอแดด

No Comments

ว่านหางจระเข้ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังเจอแดด

สรรพคุณเด่นๆ ของว่านหางจระเข้ที่เรารู้จักกันดีก็คงไม่พ้นในเรื่องของการรักษาแผลสดพวกแผลน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้ได้เป็นอย่างดี ด้วยสรรพคุณอันนี้จึงทำให้เมื่อนำว่านหางจระเข้มาฟื้นฟูสภาพผิวที่ไหม้เกรียมหลังจากเจอแดดจึงได้ผลดีในเวลาไม่นาน ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมีปัญหาผิวไหม้และคล้ำเสียจากแสงแดดกันอยู่ล่ะก็ ลองมาดูวิธีฟื้นฟูสภาพผิวจากว่านหางจระเข้กันดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนในการฟื้นฟูสภาพผิว
เตรียมว่านหางจระเข้โดยนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วปลอกเปลือกออกให้เกลี้ยงเราจะใช้เฉพาะส่วนที่เป็นวุ้นใสๆ ที่อยู่ด้านในเท่านั้น แต่ต้องล้างเอายางของต้นว่านออกให้หมดนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วยางของว่านหางจระเข้อาจจะกัดผิวทำให้ผิวเราไหม้ดำได้ เมื่อได้วุ้นใสๆ อย่างที่ต้องการแล้วให้นำมาพอกที่ผิว แล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 15-20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด เป็นอันเสร็จ สำหรับวิธีนี้ขณะที่ทำคุณจะรู้สึกเย็นที่ผิวจึงสามารถช่วยลดอาการแสบร้อนที่ผิวได้เป็นอย่างดี หลังจากทำเสร็จแล้วยังรู้สึกได้ด้วยว่าผิวนุ่มขึ้น และลื่นขึ้น เพราะว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการช่วยสมานผิวและช่วยฟื้นฟูสภาพผิวนั่นเองค่ะ

คราวนี้ใครที่ต้องตากแดดจนผิวไหม้เกรียมและมีอาการแสบร้อนก็อย่าลืมนึกถึงว่านหางจระเข้กันนะคะ แต่จะให้ดีก็ควรหลบเลี่ยงแสงแดดกันบ้าง เพื่อให้ผิวของคุณสวยสดใสและชุ่มชื่นอยู่เสมอ

วิธีรับมือกับผิวไหม้แดด

No Comments

วิธีรับมือกับผิวไหม้แดด

อาการของผิวไหม้แดดจะเกิดขึ้นหลังจากเราตากแดดเป็นเวลานาน สำหรับอาการคุณอาจจะรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวที่ไหม้แดด และผิวจะมีลักษณะหมองคล้ำ บางคนอาจจะมีตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นที่บริเวณผิวกันอีกด้วย โดยเฉพาะที่บริเวณแผ่นหลัง ที่สำคัญบางครั้งแม้ว่าเราจะทาครีมกันแดดไปแล้วโอกาสที่ผิวจะไหม้แดดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ นั่นเป็นเพราะว่าในระหว่างตากแดดอาจจะมีเหงื่อเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ครีมกันแดดลบเลือน ดังนั้นถ้าต้องตากแดดอย่าลืมทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงกันด้วยนะคะ และสำหรับวิธีรับมือเมื่อผิวเกิดอาการไหม้แดด เราสามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

1. ประคบด้วยน้ำแข็ง ให้นำน้ำแข็งก้อนเล็กๆ มาทูให้ทั่วบริเวณผิวที่ไหม้แดด ความเย็นของน้ำแข็งจะช่วยลดอาการแสบร้อนที่ผิวได้เป็นอย่างดี

2. อาบน้ำผสมเบกกิ้งโซดา โดยการผสมในอ่างอาบน้ำแล้วลงไปนอนแช่สักพัก หรือใครจะใช้วิธีนำเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเย็นแล้วนำไปใส่ในขวดสเปรย์เวลาจะใช้ก็เพียงแค่ฉีดพรมให้ทั่วผิวก็สามารถช่วยลดอาการแสบร้อนจากแสงแดดได้เช่นกัน

3. ทาครีมบำรุง หลังจากที่อาการแสบร้อนลดลงแล้วให้เราทาครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวให้ทั่วเพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวอีกขั้นหนึ่ง และวิธีนี้ยังทำให้ผิวของคุณลดการหยาบกร้านลงได้อีกด้วย

แต่ทางที่ดีอย่าปล่อยให้ผิวไหม้แดดเป็นประจำกันนะคะ เพราะอาจจะทำให้ผิวของเราเกิดการคล้ำเสียอย่างถาวรได้ ใครอยากมีผิวสวยก็อย่าลืมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำในทุกครั้งที่ต้องออกแดดกันด้วยนะคะ

รักษาผิวไหม้แดดด้วยน้ำชา

No Comments

รักษาผิวไหม้แดดด้วยน้ำชา

น้ำชากลิ่นหอมที่หลายคนนิยมดื่มในระหว่างวัน นอกจากน้ำชาจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นในขณะนั่งจิบกันแล้ว กลิ่นหอมของน้ำชายังมีส่วนในการช่วยให้สมองรู้สึกตื่นตัว และน้ำชายังมีฤทธิ์ช่วยทำให้ระบบเผาพลาญพลังงานในร่างกายสามารถทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย แต่นอกเหนือไปจากประโยชน์ดังที่กล่าวมาแล้ว น้ำชาก็มีประโยชน์ในการช่วยรักษาผิวที่เกิดจากการไหม้แดดกันได้ด้วยนะคะ เพราะในน้ำชามีกรดแทนนิคซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยรักษาผิวที่ไหม้เกรียมจากแสงแดดอย่างได้ผล สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาผิวไหม้แดดกันอยู่เรามาใช้น้ำชาในการรักษาผิวกันดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนในการรักษาผิวด้วยน้ำชา
นำใบชามาต้มเป็นน้ำชาแบบเข้มข้นจากนั้นนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นจนน้ำชาเย็นจัด แล้วให้นำมาใส่ในขวดสเปรย์ จากนั้นนำมาฉีดพรมให้ทั่วบริเวณผิวที่มีอาการไหม้แดด หรือใครจะใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำชาแล้วนำมาประคบที่ผิวก็ได้เช่นกัน หรือจะใช้วิธีแช่ตัวในน้ำเย็นที่ผสมกับน้ำชาก็เป็นวิธีที่สามารถช่วยรักษาผิวไหม้แดดได้ดีไม่แพ้วิธีอื่น แต่วิธีนี้จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายในขณะแช่อยู่น้ำไปพร้อมๆ กัน

ใครสะดวกแบบไหนก็สามารถเลือกทำในแบบที่สะดวกกันได้เลยค่ะ แต่ที่สำคัญอย่าบ่อยให้ผิวต้องคล้ำเสียเพราะแสงแดดเป็นเวลานานนะคะ และก็ไม่ควรตากแดดในช่วงเวลาที่แดดแรงกันบ่อยๆ เพราะอาจจะต้องใช้เวลานานในการรักษากว่าผิวจะกลับมาอยู่ในสภาพปกติดังเดิม

วิธีการทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง

No Comments

วิธีการทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง

ครีมกันแดดจัดได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยปกป้องผิวคุณจากแสงแดดอย่างได้ผล แต่ถ้าจะให้ผลดีเราควรทาครีมกันได้อย่างถูกวิธีกันด้วยนะคะ ถึงจะสามารถปกป้องผิวคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับวิธีการทาครีมกันแดดที่ถูกต้องนั้นคุณสามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

1. ควรทาครีมกันแดดในทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน ถึงแม้ว่าวันนั้นจะไม่มีแสงแดดเลยก็ตามแต่รังสียูวีก็ยังส่องลงมาอยู่ดี แต่นอกจากรังสียูวีแล้วแสงไฟนีออน หรือแม้แต่แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนทำให้ผิวของเราคล้ำเสียได้ด้วยกันทั้งนั้น จึงเป็นเหตุผลที่เราควรทาครีมกันแดดกันอยู่เสมอ

2. ควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดด 30 นาที เพราะจะเป็นช่วงที่ครีมกันแดดซึบซาบเข้าสู่ผิวจึงทำให้มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างเต็มที่

3. ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป สำหรับความหมายของค่า SPF จะมีความหมายดังนี้ ยกตัวอย่างเช่น โดยปกติผิวของเราจะมีความสามารถในการสู่กับแสงแดดได้ประมาณ 20-30 นาที ค่า SPF 30 จะมีความหมายว่า 30×30 = 900 นาที หรือก็คือ 15 ชั่วโมง ที่ครีมกันแดดจะสามารถปกป้องผิวได้นั่นเอง

คราวนี้ใครที่ต้องออกมาโดนแสงแดดก็อย่าลืมเลือกใช้ครีมกันแดดกันด้วยนะคะ แต่ถ้าเราต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานคุณควรทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพราะถ้าผิวของเราเกิดมีเหงื่อขึ้นก็อาจจะทำให้ครีมกันแดดที่เราทาไว้ลบเลือน แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 9.00 – 15.00 น. จะดีที่สุดเพื่อให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีและไม่คล้ำเสีย

เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวด้วยแตงกวา

No Comments

เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวด้วยแตงกวา

แตงกวามีพืชผักชนิดหนึ่งที่ชุ่มน้ำและยังมีแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ หลายคนคงเคยทราบกันมาแล้วว่าถ้าเราต้องการเพิ่มความชุ่มชื่นรอบดวงตาและลดริ้วรอยเหี่ยวย่นให้เราฝานแตงกวาบางๆ วางทิ้งไว้ที่บริเวณดวงตาก็จะสามารถทำให้เรารู้สึกสดชื่นและช่วยลดรอยหมองคล้ำใต้ดวงตาได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับผิวแตงกวาก็สามารถเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่คุณได้เช่นกัน โดยเฉพาะผิวที่ต้องคล้ำเสียเนื่องจากถูกแสงแดด หรืออาจจะพูดได้ว่าผิวที่ไหม้แดง แตงกวาก็สามารถช่วยลดความหมองคล้ำและทำให้ผิวของคุณกลับมาชุ่มชื่นอีกครั้งกันได้แบบง่ายๆ สำหรับใครที่สนใจลองมาดูวิธีการทำกันนะคะ

ขั้นตอนในการทำและวัสดุที่ต้องเตรียม
อันดับแรกเลยให้คุณเตรียมแตงกวาลูกขนาดกำลังดีจำนวน 1 ลูก นำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำไปแปะไว้ตามส่วนต่างๆ ของผิวที่เกิดการคล้ำเสียหรือไหม้แดด แล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 20-25 นาที จากนั้นเอาแตงกวาออกแล้วล้างผิวให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากทำในครั้งแรกคุณก็จะสัมผัสได้เลยว่าผิวของคุณชุ่มชื่นขึ้น และเมื่อทำเป็นประจำรอยหมองคล้ำก็จะค่อยๆ จางลงไปค่ะ

ใครสนใจสูตรนี้อย่าลืมไปทดลองทำกันดูนะคะ ที่สำคัญแตงกวายังเป็นผักที่สามารถหากันได้ง่ายๆ ตามท้องตลาดทั่วไป มีราคาไม่แพงและยังมีให้เราใช้กันได้ในทุกฤดูกาลกันอีกด้วยค่ะ

ผิวไหม้เกรียมจากแสงแดดฟื้นฟูได้ด้วยน้ำมันมะกอก

No Comments

ผิวไหม้เกรียมจากแสงแดดฟื้นฟูได้ด้วยน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นไม่แห้งหยาบกร้าน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ช่วยป้องกันปัญหาผิวหย่อนคล้อย นอกจากนี้น้ำมันมะกอกยังช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของผิวไหม้จากการถูกแดดเผาได้อีกด้วย โดยให้คุณทาน้ำมันมะกอกทันทีหลังถูกแสงแดดก็จะช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้เป็นอย่างดี และสำหรับวิธีในการใช้น้ำมันมะกอกในการบำรุงผิวพรรณนั้นคุณสามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

1. ชโลมน้ำมันมะกอกที่ผิวหน้าและผิวกายทันทีหลังการอาบน้ำและเช็ดตัวแห้งหมาดๆ เพราะช่วงหลังการอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ จะเป็นช่วงที่รูขุมขนเปิดทำให้วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ในน้ำมันกอกสามารถซึบซาบเข้าสู่ผิวได้เป็นอย่างดี เป็นการช่วยให้คุณสามารถบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก

2. ผสมน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อยลงในอ่างอาบน้ำแล้วลงไปแช่ตัวสักพัก จากนั้นให้อาบน้ำทำความสะอาดผิวตามขั้นตอนปกติ วิธีนี้ก็จะเป็นวิธีที่สามารถช่วยทำให้ผิวของเราไม่แห้งหยาบกร้าน และนุ่มชุ่มชื่นกันได้ทันทีหลังการอาบน้ำ

น้ำมันมะกอกยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างในเรื่องของความสวยความงาม เมื่อเรานำมาทาผิวพรรณยังมีส่วนในการช่วยบำรุงมือให้นุ่มนวลและทำให้เล็บแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย รู้แบบนี้แล้วสาวๆ อย่าลืมหาซื้อน้ำมันมะกอกติดบ้านกันเอาไว้บ้างนะคะ

ผิวเกรียมไหม้จากแสงแดดโยเกิร์ตช่วยได้

No Comments

ผิวเกรียมไหม้จากแสงแดดโยเกิร์ตช่วยได้

ถ้าต้องอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานานอาจจะทำให้ผิวของเราเกิดการไหม้แดด โดยเฉพาะแสงแดดในช่วงระหว่างเวลา 10.00 น. – 15.00 น. จะเป็นช่วงเวลาที่แสงแดดร้อนแรงที่สุดถ้าใครเผลอยืนตากแดดในช่วงนี้เป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ทาครีมกันแดดหรือมีอุปกรณ์ป้องกันก็รับรองได้เลยว่าผิวของคุณจะต้องไหม้แดดอย่างแน่นอน สำหรับอาการของผิวไหม้แดดในช่วงแรกคุณอาจจะรู้สึกแสบร้อนที่ผิว จากนั้นผิวก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำแล้วจะค่อยๆ คล้ำลงไปเรื่อยๆ บางคนอาจจะมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้นที่บริเวณผิวกันด้วย สำหรับใครที่มีอาการดังที่กล่าวมานี้ทราบกันไหมค่ะว่าโยเกิร์ตสามารถช่วยบรรเทาอาการของคุณได้ สำหรับวิธีในการทำจะดังดังนี้ค่ะ

1. เตรียมโยเกิร์ต 1 ถ้วย ควรใช้เป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติจะดีที่สุด
2. นำโยเกิร์ตมาทาชโลมที่ผิวบริเวณที่เกิดอาการไหม้จากแสงแดด แล้วทิ้งไว้จนแห้ง หรืออย่างน้อยควรทิ้งไว้ประมาณ 25-30 นาที
3. จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด สูตรนี้สามารถทาได้ทั้งบริเวณผิวหน้าและผิวกาย เพียงทำครั้งแรกอาการแสบร้อนจากผิวไหม้ก็จะดีขึ้น

โยเกิร์ตนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการของผิวไหม้แดดได้แล้ว ยังมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียน ชุ่มชื่น และขาวสดใสกันได้อีกด้วย ดังนั้นสำหรับใครที่อยากมีผิวขาวสดใสไม่แห้งหยาบกร้านคุณสามารถนำโยเกิร์ตมาทาผิวกันได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เมื่อทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอแล้วผิวของคุณก็จะค่อยๆ ขาวและมีสุขภาพดีขึ้นได้อย่างที่คุณต้องการ

แก้ปัญหาผิวเกรียมไหม้แดดแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง

No Comments

แก้ปัญหาผิวเกรียมไหม้แดดแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ถ้าวันไหนเกิดเพลินอยู่กลางแสงแดดกันเป็นเวลานาน อย่างเวลาไปท่องเที่ยวทะเลในช่วงกลางวันแสงแดดจะค่อนข้างร้อนแรง โดยเฉพาะถ้าคุณลงเล่นน้ำหรือนั่งเรือเพื่อชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์กลางทะเลกันด้วยแล้วล่ะก็รับรองได้เลยว่าถ้าเพลินจนลืมทาครีมกันแดดผิวของคุณจะต้องไหม้เกรียมกันอย่างแน่นอน สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาดังที่กล่าวมากันอยู่มาดูวิธีแก้ไขแบบง่ายๆ ด้วยตัวเองกันดีกว่าค่ะ

1. อาบน้ำ โดยให้เลือกอาบน้ำที่มีอุณหภูมิปกติไม่ใช่น้ำอุ่น หรือน้ำที่เย็นจนเกินไป เพราะในระหว่างนี้เราต้องปรับสภาพผิวให้สมดุลที่สุดก่อน และควรเลือกใช้สบู่ที่เป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิวพรรณกันด้วย จากนั้นให้ซับผิวด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่มๆ เพียงเบาๆ

2. ทาโลชัน หรือครีมที่เหมาะกับสภาพผิวให้ทั่วใบหน้าและลำตัว สำหรับครีมสามารถทาได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เพราะผิวที่ไหม้เกรียมจากแดดจะขาดความชุ่มชื่น เมื่อทาเป็นประจำจะทำให้ผิวกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วยิ่งขึ้น

3. ดื่มน้ำบ่อยๆ เพราะน้ำมีส่วนในการช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นในช่วงนี้เราจึงควรหมั่นจิบน้ำกันบ่อยๆ โดยให้จิบเป็นระยะๆ ตลอดทั้งวัน อย่าดื่มครั้งละมากๆ ในทีเดียว เพื่อให้ร่างกายสามารถนำน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดี

คราวนี้ใครไปท่องเที่ยวทะเลแล้วเกิดอาการผิวไหม้แดดก็อย่าลืมนำวิธีนี้ไปใช้กันนะคะ แต่ถ้าจะให้ดีอย่าอยู่กลางแสงแดดจนเพลินหรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทาครีมกันแดดป้องกันเอาไว้บ้าง เพื่อช่วยให้ผิวของเราชุ่มชื่นและไม่หมองคล้ำจากแสงแดด

น้ำช่วยปรับสภาพผิวจากอาการไหม้แดด

No Comments

น้ำช่วยปรับสภาพผิวจากอาการไหม้แดด

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าน้ำมีประโยชน์หลายอย่างต่อร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบำรุงสุขภาพ การทำความสะอาด และน้ำยังมีประโยชน์ในการช่วยบำรุงผิวพรรณกันได้อีกด้วย โดยเฉพาะช่วยในเรื่องของการปรับสภาพผิวที่เกิดอาการไหม้เกรียมจากแสงแดด ใครอยากรู้ลองมาดูกันนะคะว่าน้ำมีส่วนในการช่วยเราในเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง

1. ถ้าผิวมีอาการไหม้แดดมักจะแห้งหยาบกร้าน เพราะน้ำในผิวถูกขับออกพร้อมกับเหงื่อในขณะที่เราตากแดดนั่นเอง การดื่มน้ำในช่วงนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในช่วงที่ผิวเกิดมีอาการไหม้แดดเราควรดื่มน้ำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอโดยให้จิบเป็นระยะๆ กันตลอดทั้งวัน และในหนึ่งวันควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเป็นการช่วยปรับสภาพผิวให้ชุ่มชื่นยิ่งขึ้น

2. หลังผิวถูกแสงแดดแรงจัดๆ และมีอาการปวดแสบปวดร้อนให้รีบอาบน้ำจะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนให้น้อยลงได้ หรือถ้าในระหว่างนั้นไม่สะดวกที่จะอาบน้ำก็ให้ใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบที่ผิวอาการก็จะทุเลาลงได้เช่นกัน

3. น้ำยังมีส่วนในการช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อร่างกายไม่มีของเสียตกค้างจึงมีส่วนในการทำให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่งสดใส และลดความหมองคล้ำที่เกิดจากการไหม้แดด

เป็นยังไงกันบ้างค่ะจัดได้ว่าน้ำมีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับใช้ในเรื่องของการบำรุงและปรับสภาพผิว ดังนั้นสำหรับใครที่มีผิวคล้ำเสียจากแสงแดดอย่าลืมหันมาดื่มน้ำกันเป็นประจำนะคะ เพื่อเป็นการช่วยฟื้นฟูให้ผิวของคุณมีสุขภาพดี