บันทึกรายรับรายจ่าย…ใช้ง่ายนิดเดียว

การได้เงินมาแล้วไม่มีเงินเหลือนี่มันช่างน่าทุกข์ใจเสียจริง ๆ คุณคิดเหมือนกันไหมคะ? พอใครมาถามคุณว่า…เดือนๆ หนึ่งใช้อะไรไปเยอะแยะถึงไม่มีเงินเหลือ…ปรากฏว่าคุณก็ตอบไม่ได้ ได้แต่อึ้งและเงียบ เพราะคุณจำไม่ได้เสียแล้วและสิ่งที่จะตอบสนองต่อการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ก็คือ การจดบันทึกรายรับรายจ่าย เพื่อเป็นการบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ กันการลืมนั่นเอง
แล้วเราจะเริ่มบันทึกอย่างไรดีละ? วิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ นั่นคือ การหยิบเอาสมุดสักเล่มมาจด เอาแบบที่สามารถพกพาไปไหนได้ แล้วอะไรบ้างละที่คุณควรบันทึกลงไป นั่นคือ
– จดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออมและการลงทุน ส่วนนี้ควรถูกกันไว้อย่างน้อยร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งหมดเพื่อเป็นการเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินและเพื่อการวางแผนในระยะยาว
– จดพวกค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าคงที่ไว้ด้วยซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนี้ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณจ่ายเป็นประจำ ทุกเดือน ทุกปีและเป็นยอดที่แน่นอน
– จดพวกค่าใช้จ่ายที่มีความผันแปรได้ ส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่แน่นอน ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล (ตัวอย่างเช่น วันนี้ซื้อเคสมือถือราคาแพงแต่วันพรุ่งนี้คุณอาจซื้อเคสราคาถูก, วันนี้ทานอาหารราคาแพงแต่วันพรุ่งนี้อาจจะทานข้าวราดแกงราคาถูก)
เมื่อคุณรู้จักที่จะจดบันทึกเกี่ยวกับรายรับรายจ่าย คุณก็จะเริ่มมีการบริหารจัดการการเงินที่ดีมากขึ้น เมื่อคุณมีการบริหารการเงินที่ดีขึ้นนั่นย่อมนำไปสู่การมีเงินเก็บมากขึ้นและอาจนำไปสู่การรวยเป็นเศรษฐีในอนาคตได้ใครจะรู้…บันทึกรายรับรายจ่ายทำเถอะคะ…มันดีจริง ๆ ทำเพื่อการใช้จ่ายที่คุ้มค่ามากที่สุดและเพื่อความมั่นคงของตัวคุณเองในอนาคต

การซื้อทอง

การเลือกซื้อทองคำนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรพิจารณาและไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด ก็คือ เรื่องของรายละเอียดยิบย่อยของร้านทองผู้จำหน่าย คุณควรพิจารณาก่อนว่าร้านทองคำที่คุณกำลังสนใจจะไปซื้อนั้นเป็นร้านที่ได้มาตรฐานตามที่สมาคมค้าทองคำ (สคบ) กำหนดไว้หรือไม่ หากร้านนั้นได้มาตรฐานจริงต้องมีการเขียนหรือแสดงราคาทองคำประจำวันติดโชว์ที่ร้านอย่างชัดเจนซึ่งการทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยทั่วกัน เป็นการจำหน่ายทองไปในทิศทางเดียวกัน เกณฑ์เดียวกัน ราคาที่แสดงต้องแสดงทั้งราคาทองคำแท่งและราคาทองคำรูปพรรณแต่ถ้าให้ดีต้องมีสัญลักษณ์ของสมาคมค้าทองคำ (สคบ) ติดที่ป้ายประกอบด้วย อีกทั้งยังรวมถึงเรื่องของเปอร์เซ็นทองคำ, ประเภททองคำ, ราคาค่ากำเหน็จให้ลูกค้า, น้ำหนักของทองควรมีการแจ้งให้ผู้ซื้อทราบอย่างชัดเจนและที่สำคัญทองคำแต่ละชิ้นควรมีการปั้มโลโก้ของโรงงานผู้ผลิตหรือโลโก้ของร้านทองผู้ขาย
นอกจากนี้อีกสิ่งที่สำคัญในการซื้อทองคำคือ เวลาที่คุณซื้อทองคำมาแล้วหากเมื่อไรที่ต้องการขายทองคำก็ควรขายคืนให้กับร้านทองร้านเดิมที่คุณซื้อมาเป็นดีที่สุด เพราะการขายคืนแบบนี้ราคาทองที่คุณขายจะได้คืนเต็มราคา (ราคาทองคำในปัจจุบัน)
สำหรับเรื่องของการเช็ครายชื่อร้านทองคำที่ได้รับการรับรองจาก สคบ. คุณสามารถเช็คผ่านเว็บไซด์ www.goldtraders.or.th (เว็บไซด์ของสมาคมค้าทองคำ) ได้โดยตรงโดยในเว็บไซด์ดังกล่าวจะประกอบไปด้วยรายละเอียด ได้แก่ ราคาทองคำ, รายละเอียดของทองคำ, รายละเอียดของทางสมาคม, บทความและข่าวที่เกี่ยวกับทองคำที่น่าสนใจ, กระดานเพื่อการสนทนา, ไฟล์เอกสารต่างๆ ที่สามารถดาวน์โหลดได้ , รายงานการวิจัยและวารสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับทองคำ

เรื่องของธุรกิจ…

ใครบ้างที่ทำธุรกิจอยู่…ยิ่งหากเป็นนักธุรกิจมือใหม่ยิ่งควรต้องใส่ใจในเรื่องของการทำธุรกิจ และสิ่งหนึ่งที่คุณควรให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ เรื่องของกำไร (กำไรก็คือ ยอดการขายทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจ) หรือแม้กระทั่งยอดขายถึงจะเป็นสิ่งสำคัญก็จริงอยู่แต่เรื่องของการบริการจัดการเกี่ยวกับต้นทุนและเรื่องของค่าใช้จ่ายก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่ายอดขายเสียอีก หากเราไม่รู้จักที่จะบริหารการเงินให้ดี ไม่รู้จักบริหารการเงินให้เป็น ไม่เรียนรู้ที่จะทำพวกบันทึกรายรับรายจ่ายเอาไว้นั่นอาจก็นำคุณไปสู่การล้มเหลวในการทำธุรกิจก็ได้คะ แล้ว “การบริหารจัดการเกี่ยวกับต้นทุนและค่าใช้จ่าย” จะทำอย่างไรถึงจะทำให้มีกำไรเพิ่มมากขึ้นได้กันละ?
– ควรทำบันทึกรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน สิ่งแรกที่คุณควรต้องทราบคือ “เรื่องของต้นทุนและค่าใช้จ่าย” คุณต้องรู้ก่อนว่าจริง ๆ แล้วต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของคุณมีเท่าไร ส่วนนี้คุณควรจดบันทึกให้ละเอียดมากที่สุด อาจทำในรูปแบบของการจดลงในสมุดหรือจดลงในโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลคะ
– แยกเรื่องของ “ความต้องการ” ออกจากประเด็น “ความจำเป็น” เมื่อเราทำบัญชีไว้อย่างรัดกุมมากที่สุดเราก็มักจะสามารถเห็นรอยรั่วที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ต้นทุนบางตัวอาจเป็นเรื่องของความต้องการแต่มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ คุณอาจลดตัดออกไปบ้าง ทำให้มีความเหมาะสมต่อธุรกิจของคุณให้มากที่สุด ส่วนไหนที่เราพิจารณาแล้วว่าจำเป็นจริง ๆ ก็ยังสามารถใช้จ่ายในส่วนนั้นได้ตามสมควรคะ (แต่ต้องจำเป็นจริง ๆ นะคะ)

เมื่อต้องเกษียณ…

เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเกษียณตัวเองเมื่อนั้นคุณคิดว่าคุณต้องใช้เงินหลังเกษียณจำนวนเท่าไรกันเอ่ย? เชื่อว่าคำถามนี้มักอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน เรื่องของการมองว่าจะต้องใช้เงินมากเท่าไรอันนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล ดังนั้นให้คุณลองพิจารณาดูคร่าว ๆ ลองกะประมาณ ลองจินตนาการถึงกิจกรรมที่คุณคิดว่าอยากจะทำในอนาคตออกมาเล่นๆ ดูสิคะ วิธีการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้คุณสามารถประมาณเงินสำหรับวัยเกษียณของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
แน่นอนว่าเรื่องของค่าใช้จ่ายย่อมมีทั้งค่าที่เราสามารถควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ในส่วนที่เราสามารถควบคุมได้ก็อาจควบคุมให้ประหยัดและจับจ่ายน้อยลงได้แต่ในส่วนที่ไม่สามารถควบคุมได้ค่อนข้างจะเป็นปัญหาเสียหน่อย คุณจึงควรเก็บเงินเผื่ออนาคตข้างหน้าไว้บ้าง เผื่อค่าที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล, ค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิต เป็นต้น
เมื่อคุณคิดถึงเรื่องเงินที่ต้องใช้ยามเกษียณ คุณควรต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้
– ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายนี้เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรละเลยเป็นอันขาด อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เหตุฉุกเฉินก็ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้แถมที่สำคัญส่วนใหญ่เหตุการณ์ฉุกเฉินมักเกิดขึ้นทีไรย่อมต้องเสียเงินมากมายทุกที เรียกว่า จ่ายทีแทบหมดกระเป๋าเลยทีเดียว
– ค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล ส่วนนี้จำเป็นมาก เพราะยิ่งเราอายุมากขึ้นระบบร่างกายของเราย่อมต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา มีการเจ็บป่วยบ่อยขึ้น ย่อมต้องมีการรักษาพยาบาล มีการเข้าโรงพยาบาลบ่อยและนั่นก็ย่อมต้องมีการใฃ้เงินมากมายในทุกครั้งที่มีการรักษาตัว

วางแผนการเงินด้วยการจดบันทึกรายรับรายจ่ายสิคะ…

คุณทราบหรือไม่ว่า…การทำบัญชีรายรับรายจ่ายก็เปรียบเสมือนการวางแผนทางด้านการเงินไปในตัวนั่นเอง เป็นการวางแผนเพื่อการใช้จ่ายทีถูกต้อง เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การจดบันทึกแบบนี้จะช่วยหล่อหลอมทำให้คุณกลายเป็นคนมีวินัยมากขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัวนั่นเอง
เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังคิดว่า…การทำบันทึกรายรับรายจ่ายมันดูยุ่งยากจะตายไป ไม่อยากทำ
ไม่อยากจดเสียเลย วันๆ เราก็ทำงานมามากมาย ทำงานอะไรต่ออะไรมาเยอะแยะแล้วยังต้องมานั่งจดบันทึกอะไรพวกนี้อีกหรือ? อันที่จริงแล้วการทำบันทึกรายจ่ายเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเสียเลยด้วยซ้ำ เป็นสิ่ง
ที่ใกล้ตัวมากและเป็นสิ่งที่คุณควรทำอีกด้วย จริง ๆ แล้วการจดบันทึกรายรับรายจ่ายไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด มันง่ายมากขอเพียงแค่คุณลองเปิดใจสักนิด ลองที่จะจดบันทึกอย่างสม่ำเสมอ จดอยู่ประจำ แล้วคุณจะพบว่าการจดบันทึกรายรับรายจ่ายมันง่ายนิดเดียวแถมยังมีประโยชน์ต่อตัวคุณเองแบบสุด ๆ อีกด้วย
สำหรับการทำบันทึกรายรับรายจ่าย คุณอาจเขียนออกมาในรูปแบบของตารางก็ได้ อาจมีส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น เงินรายรับ (เช่น เงินเดือน,เงินจากการค้าขาย, เงินโอที, เงินพิเศษ ฯลฯ), เงินรายจ่าย (เช่น ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ฯลฯ) วันเดือนปีที่จด, หมายเหตุ เป็นต้น
ดังนั้น หากใครที่ยังไม่ได้ทำรายรับรายจ่าย ยังไม่ลองหัดเขียนบันทึก คุณควรเริ่มหัดเขียนได้แล้วนะคะ เพราะการจดบันทึกรายรับรายจ่ายจะช่วยทำให้คุณมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ลองดูก็
ไม่เสียหายนี่คะ…คุณว่าจริงไหม

จดรายรับรายจ่ายกันเถอะ

การจดบันทึกรายรับรายจ่าย หมายถึง การเขียนข้อความ ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเงินของเราลงไปในกระดาษหรือสิ่งที่เราไว้ใช้จดบันทึก เช่น โทรศัพท์มือถือ, แท็ปเลต, คอมพิวเตอร์ เป็นต้น การทำแบบนี้เป็นการเรียบเรียงความคิดของตัวคุณเองเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นรายวัน
รายเดือนหรือรายปีก็ตาม การจดบันทึกรายรับรายจ่ายจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเตือนความจำเกี่ยวกับการเงินให้เรานั่นเอง
การจดบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญที่จะช่วยทำให้คุณมีเงินเก็บมากขึ้นได้ ใครที่คิดอยากที่จะมีเงินเก็บ อยากที่จะมีเงินสะสม อยากที่จะมีเงินงอกเงยมากขึ้น ไม่อยากมีฐานะทางการเงินที่ติดลบอยู่ตลอดเวลาควรรีบจดบันทึกรายรับรายจ่ายได้แล้วนะคะ เนื่องจาก ในทุกวันนี้คนเรามักมีรายรับรายจ่าย
ที่มากมายเสียเหลือเกิน ไหนจะค่านู้นค่านี่มากมาย ดีไม่ดีรายจ่ายมากกว่ารายรับเสียด้วย ใครจะไปจำได้ละเนอะ!! ดังนั้นเจ้าบัญชีรายรับรายจ่ายนี่ละที่จะช่วยเตือนความจำทุกรายละเอียดของคุณได้ มันเป็นสิ่งแรกเลยคะที่คุณควรทำเมื่อมีรายรับรายจ่ายเกิดขึ้น
สำหรับการจดบันทึกรายรับรายจ่ายนั้นคุณอาจเลือกจดแบบง่ายๆ ตามที่คุณถนัดหรืออาจลองหา
แอพลิเคชันดี ๆ สักแอพมาใช้งานตามความถนัดเพื่อช่วยในการจดบันทึกที่สะดวกมากขึ้น ส่วนรูปแบบ
การจดบันทึกนั้นอาจเลือกจดแบบรายวันหรือรายเดือนหรือรายปีก็ได้อันนี้แล้วแต่ความต้องการ
ความประสงค์และความถนัดของแต่ละบุคคลเลยคะว่าจะเลือกแบบใด ลองจดดูนะคะแล้วคุณจะรู้ว่า…บันทึกรายรับรายจ่ายช่วยคุณได้จริง ๆ

เทคตนิคการเล่นหุ้น

การเล่นหุ้น
– หมั่นศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องหุ้นเข้าไว้
ความรู้เป็นสิ่งที่คนเราสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ไม่จบสิ้น ยิ่งคุณเรียนรู้มากเท่าไรยิ่งทำให้คุณได้ทราบว่าการเล่นหุ้นคุณควรทำอย่างไรทำแบบไหนถึงจะคุ้ม ลงทุนอย่างไรถึงจะได้กำไร หุ้นนั้นเล่นยากก็จริงแต่หากเรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องหุ้นมากเท่าไร การเล่นหุ้นก็สามารถกลายเป็นเรื่องง่ายดายขึ้นมาได้ ไม่มีใครแก่เกินเรียนแก่เกินศึกษาหาความรู้หรอกคะ คุณว่าจริงไหมคะ?
– ทดลองลงทุนเล่นๆ ก่อนลงสนามจริง
การทำแบบนี้เป็นการฝึกฝนก่อนที่จะทำการลงทุนในสนามจริง เป็นการฝึกฝนรูปแบบการลงทุน เป็นการฝึกซ้อมเพื่อฝึกความชำนาญการเล่นหุ้น ยิ่งเราฝึกมากเท่าไรคุณจะยิ่งรู้จักลงทุนได้ดีมากขึ้นเท่านั้น การลงทุนนั้นเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากเราได้ลองทดลองฝึกลงทุนในสนามเล็กๆ เสียก่อนย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ
– ลงสนามจริงเสียเลย
หลังจากที่คุณได้ลองฝึกฝนในสนามเล็กๆ หรือสนามฝึกฝนไปแล้ว ได้ลองศึกษารูปแบบการเล่นหุ้นจนมีความรู้ในระดับหนึ่งแล้ว ต่อไปก็เข้าสู่การลงเล่นหุ้นในสนามจริงกันเสียที หากคุณอยากเป็นคนหนึ่งที่เล่นหุ้นเป็น เป็นคนหนึ่งที่อยากมีเงินมากมาย อย่ามัวแต่กลัวที่จะลงทุน อย่ามัวแต่กลัวความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น อย่ามัวแต่กังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิด หากอยากรวยต้องลงมือทำ ต้องลงมือเล่น การเล่นหุ้นย่อมมีทั้งได้และเสียอยู่ที่ใจเราแล้วละว่า…คุณกล้าพอไหมที่จะเสี่ยง?

รู้ไหมว่าซื้อทองไม่เหมือนซื้อหุ้นนะจ้ะ

การที่คุณจะซื้อทองคำนั้นคุณควรต้องคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน การซื้อทองคำนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากคุณสังเกตดีๆ ราคาของทองคำส่วนใหญ่มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น้อยครั้งที่ราคาทองคำจะลดลงหรือถึงจะลดก็ลดลงไม่มากลงไม่ร้อยบาท ทองนั้นเปรียบเสมือนของมีค่ามีราคาเสมือนน้ำมัน การซื้อทองคำนั้นก็เป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง คือ เป็นการลงทุนในระยะยาว แตกต่างจากหุ้นที่สามรถซื้อขายได้ในทันทีเห็นผลในทันที ส่วนทองคำต้องใช้เวลาในการเก็งกำไร อาศัยจังหวะตลาดโลกถึงจะคุ้ม นอกจากนี้เรื่อของค่ากำเหน็จก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณได้กำไรหรือขาดทุน เพราะ ร้านทองแต่ละร้านมักมีการกำหนดราคาค่ากำเหน็จที่แตกต่างกันไป บางร้านอาจราคาสูงบางร้านอาจราคาต่ำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายของทองคำว่ามีความยากง่ายแพงใด ยิ่งลายที่ทำยากยิ่งค่ากำเหน็จแพง หากคุณไม่อยากเสียเงินในส่วนนี้มากเกินไปเราขอแนะนำว่าให้คุณพยายามเลือกทองที่มีการขึ้นรูปร่างลวดลายน้อยหรือมีการขึ้นลวดลายที่เรียบง่าย ธรรมดามากที่สุด โดยทั่วไปเงินค่ากำเหน็จจะอยู่ที่ 300-500 บาทโดยประมาณ ในส่วนนี้เวลาขายคืนให้กับทางร้านทองเงินที่เป็นค่ากำเหน็จจะไม่ได้คืน พูดง่ายๆ ก็คือ คุณจะเสียเงินส่วนนี้อย่างแน่นอน เงินที่จะได้มาจากการขายก็จะลดลง หากคุณอยากได้ราคาขายทองคำขายแบบเต็มจำนวนเวลาขายคืนต้องกลับไปขายคืนที่ร้านเดิมเป็นดีที่สุดคะ (แต่อย่าลืมนะจ้ะ…. เมื่อไรที่คุณคิดจะขายทอง ราคาเต็มที่จะได้รับก็จะเท่ากับราคาทองคำในช่วงนั้นเท่านั้น ไม่ใช่ราคาทองตอนคุณซื้อมา)

การซื้อทองผ่านบัตรเครดิต

อีกวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสังคมปัจจุบัน คือ การเลือกซื้อทองคำผ่านการรูดบัตรเครดิต เพราะในสังคมสมัยนี้กลายเป็นสังคมแบบเงินผ่อน หลายคนเลือกที่จะซื้อของทุกอย่างด้วยการผ่อน มีสมบัติต่างๆ ก็ด้วยการผ่อนบัตรเครดิต บางคนถึงขั้นยอมที่จะเสียค่าธรรมเนียมการรูดบัตรหรือแม้กระทั่งดอกเบี้ยเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของที่ตนเองต้องการ แน่นอนว่าสำหรับทองคำนั้นก็ได้รับความนิยมในการซื้อผ่านบัตรเครดิตด้วยเช่นเดียวกัน บางคนซื้อทองเพื่อการสะสมแต่บางคนก็เลือกซื้อเพื่อการลงทุน (ทั้งแบบระยะยาวและระยะสั้น) เพราะทองคำนั้นถือว่าเป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งแต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องคำนึงถึงให้มากๆ คือ ราคาของทองคำเป็นสิ่งที่สามารถขึ้นลงได้เสมอ ราคาจะค่อนข้างผันผวนได้ตลอดเวลา การเลือกซื้อทองด้วยการใช้บัตรเครดิตนั้นคุณควรคำนวณให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ คำนวณดูก่อนว่าหากรูดบัตรเครดิตไปแล้วคุณจะยังคงได้กำไรหรือไม่ ได้กำไรแค่ไหน ได้กำไรเท่าไร หากรูดแล้วมันจะคุ้มอยู่หรือไม่
นักลงทุนบางท่านอาจเป็นผู้ที่ไม่มีเงินสดในการซื้อทองแต่มีความอยากได้ทองไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับหรือเพื่อไว้สะสมจึงเลือกที่จะหันหน้าเข้าหาการซื้อด้วยการใช้บัตรเครดิตแทน นอกจากนี้การทำแบบนี้จึงเป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากลงทุนแต่ไม่มีเงินทุนใช้หมุนเวียน นักลงทุนในลักษณะนี้จะใช้วิธีการรูดบัตรก่อน หลังจากที่รูดบัตรเรียบร้อยคุณต้องทำการปิดยอดเงินนั้นให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้เกิดการเสียดอกเบี้ย แน่นอนว่าช่วงระยะเวลานั้นจะเป็นช่วงที่คุณปลอดดอกเบี้ย ปลอดจนกว่าจะถึงยอดเรียกชำระเงินรอบถัดไปจะมาถึงกำหนด อาจมากถึง 45 วัน ช่วงเวลานี้ละที่นักลงทุนอาศัยให้เป็นจังหวะของการทำกำไรในระยะสั้นนั่นเอง

อยากมีเงินเดือนเหลือเก็บ…แก้ได้ด้วยบัญชีรายรับรายจ่าย

คุณเคยเจอกับปัญหานี้ไหม? “ปัญหาไม่มีเงินเก็บ” หรือ หาเงินมาได้เท่าไรก็ไม่เคยสินะที่จะพอใช้? หลายคนอาจกำลังให้ความสนใจไปที่เรื่องของรายได้มากกว่ารายจ่าย คิดแค่ว่ารายได้ที่เราได้นั้นมันช่างน้อยเสียเหลือเกิน น้อยเกินไปหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วสิ่งแรกที่ก่อให้เกิดปัญหาของการไม่มีเงินเหลือเก็บก็คือ เรื่องของรายจ่ายมากกว่า ดังนั้นเจ้ารายจ่ายนี่ละที่ควรเป็นสิ่งแรกที่เราควรจัดการก่อนสิ่งอื่นใด รายจ่ายจะเป็นตัวการสำคัญที่จะบอกเล่าความเป็นไปของชีวิตได้ดีสุด
สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่คุณควรต้องทำเมื่อต้องการจัดการรายจ่าย ก็คือ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพราะการทำแบบนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นภาพโดยรวมเกี่ยวกับการเงินของตัวคุณเองได้ชัดเจนมากขึ้นและถ้าเราต้องการสร้างนิสัยทางการเงินของตัวเราเองให้ดีขึ้น การทำบัญชีรายรับรายจ่ายนี่ละที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถควบคุมพวกค่ารายจ่ายที่ไม่จำเป็น รายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยและสามารถจัดการกับปัญหาได้โดยตรงกับประเด็นนั้น ๆ อย่างถูกต้อง
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของเจ้าบัญชีรายรับรายจ่าย ก็คือ สามารถช่วยในเรื่องของการติดตามเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตได้อีกด้วย เพราะว่า ในจดแต่ละวันคุณจะสามารถทราบว่าวันๆ หนึ่งคุณรูดค่าอะไรไปบ้าง เสียเงินไปเท่าไร เสียอะไรไปบ้าง และปัญหาหลักๆ ของเจ้าบัตรเครดิตก็คือ หลายคนมักจำไม่ได้ว่าตัวเองจ่ายอะไรไปบ้าง บางคนลืม มารู้ตัวอีกทีก็ตอนบิลมาเสียแล้ว การจดรายรับรายจ่ายจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณทราบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่รูดไปได้อย่างละเอียดนั่นเอง
จริง ๆ แล้วบันทึกรายรับรายจ่ายไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากมาย เพียงแค่คุณต้องทราบก่อนว่าวันนั้น ๆ คุณจ่ายอะไรไปบ้าง มีรายรับเท่าไร รายจ่ายเท่าไร แล้วในแต่ละวันมีกี่รายการ มีรายการอะไรบ้างแค่นี้ก็ถือว่าบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นโอเคสำหรับคุณแล้วละคะ…เห็นไหมละคะไม่ยากเลย คุณคิดเหมือนกันไหมคะ?