เมื่อต้องเกษียณ…

เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเกษียณตัวเองเมื่อนั้นคุณคิดว่าคุณต้องใช้เงินหลังเกษียณจำนวนเท่าไรกันเอ่ย? เชื่อว่าคำถามนี้มักอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน เรื่องของการมองว่าจะต้องใช้เงินมากเท่าไรอันนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล ดังนั้นให้คุณลองพิจารณาดูคร่าว ๆ ลองกะประมาณ ลองจินตนาการถึงกิจกรรมที่คุณคิดว่าอยากจะทำในอนาคตออกมาเล่นๆ ดูสิคะ วิธีการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้คุณสามารถประมาณเงินสำหรับวัยเกษียณของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
แน่นอนว่าเรื่องของค่าใช้จ่ายย่อมมีทั้งค่าที่เราสามารถควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ในส่วนที่เราสามารถควบคุมได้ก็อาจควบคุมให้ประหยัดและจับจ่ายน้อยลงได้แต่ในส่วนที่ไม่สามารถควบคุมได้ค่อนข้างจะเป็นปัญหาเสียหน่อย คุณจึงควรเก็บเงินเผื่ออนาคตข้างหน้าไว้บ้าง เผื่อค่าที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล, ค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิต เป็นต้น
เมื่อคุณคิดถึงเรื่องเงินที่ต้องใช้ยามเกษียณ คุณควรต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้
– ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายนี้เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรละเลยเป็นอันขาด อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ เหตุฉุกเฉินก็ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้แถมที่สำคัญส่วนใหญ่เหตุการณ์ฉุกเฉินมักเกิดขึ้นทีไรย่อมต้องเสียเงินมากมายทุกที เรียกว่า จ่ายทีแทบหมดกระเป๋าเลยทีเดียว
– ค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล ส่วนนี้จำเป็นมาก เพราะยิ่งเราอายุมากขึ้นระบบร่างกายของเราย่อมต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา มีการเจ็บป่วยบ่อยขึ้น ย่อมต้องมีการรักษาพยาบาล มีการเข้าโรงพยาบาลบ่อยและนั่นก็ย่อมต้องมีการใฃ้เงินมากมายในทุกครั้งที่มีการรักษาตัว

วางแผนการเงินด้วยการจดบันทึกรายรับรายจ่ายสิคะ…

คุณทราบหรือไม่ว่า…การทำบัญชีรายรับรายจ่ายก็เปรียบเสมือนการวางแผนทางด้านการเงินไปในตัวนั่นเอง เป็นการวางแผนเพื่อการใช้จ่ายทีถูกต้อง เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การจดบันทึกแบบนี้จะช่วยหล่อหลอมทำให้คุณกลายเป็นคนมีวินัยมากขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัวนั่นเอง
เชื่อว่าหลายคนอาจจะกำลังคิดว่า…การทำบันทึกรายรับรายจ่ายมันดูยุ่งยากจะตายไป ไม่อยากทำ
ไม่อยากจดเสียเลย วันๆ เราก็ทำงานมามากมาย ทำงานอะไรต่ออะไรมาเยอะแยะแล้วยังต้องมานั่งจดบันทึกอะไรพวกนี้อีกหรือ? อันที่จริงแล้วการทำบันทึกรายจ่ายเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเสียเลยด้วยซ้ำ เป็นสิ่ง
ที่ใกล้ตัวมากและเป็นสิ่งที่คุณควรทำอีกด้วย จริง ๆ แล้วการจดบันทึกรายรับรายจ่ายไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด มันง่ายมากขอเพียงแค่คุณลองเปิดใจสักนิด ลองที่จะจดบันทึกอย่างสม่ำเสมอ จดอยู่ประจำ แล้วคุณจะพบว่าการจดบันทึกรายรับรายจ่ายมันง่ายนิดเดียวแถมยังมีประโยชน์ต่อตัวคุณเองแบบสุด ๆ อีกด้วย
สำหรับการทำบันทึกรายรับรายจ่าย คุณอาจเขียนออกมาในรูปแบบของตารางก็ได้ อาจมีส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น เงินรายรับ (เช่น เงินเดือน,เงินจากการค้าขาย, เงินโอที, เงินพิเศษ ฯลฯ), เงินรายจ่าย (เช่น ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ฯลฯ) วันเดือนปีที่จด, หมายเหตุ เป็นต้น
ดังนั้น หากใครที่ยังไม่ได้ทำรายรับรายจ่าย ยังไม่ลองหัดเขียนบันทึก คุณควรเริ่มหัดเขียนได้แล้วนะคะ เพราะการจดบันทึกรายรับรายจ่ายจะช่วยทำให้คุณมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ลองดูก็
ไม่เสียหายนี่คะ…คุณว่าจริงไหม

จดรายรับรายจ่ายกันเถอะ

การจดบันทึกรายรับรายจ่าย หมายถึง การเขียนข้อความ ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเงินของเราลงไปในกระดาษหรือสิ่งที่เราไว้ใช้จดบันทึก เช่น โทรศัพท์มือถือ, แท็ปเลต, คอมพิวเตอร์ เป็นต้น การทำแบบนี้เป็นการเรียบเรียงความคิดของตัวคุณเองเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นรายวัน
รายเดือนหรือรายปีก็ตาม การจดบันทึกรายรับรายจ่ายจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเตือนความจำเกี่ยวกับการเงินให้เรานั่นเอง
การจดบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญที่จะช่วยทำให้คุณมีเงินเก็บมากขึ้นได้ ใครที่คิดอยากที่จะมีเงินเก็บ อยากที่จะมีเงินสะสม อยากที่จะมีเงินงอกเงยมากขึ้น ไม่อยากมีฐานะทางการเงินที่ติดลบอยู่ตลอดเวลาควรรีบจดบันทึกรายรับรายจ่ายได้แล้วนะคะ เนื่องจาก ในทุกวันนี้คนเรามักมีรายรับรายจ่าย
ที่มากมายเสียเหลือเกิน ไหนจะค่านู้นค่านี่มากมาย ดีไม่ดีรายจ่ายมากกว่ารายรับเสียด้วย ใครจะไปจำได้ละเนอะ!! ดังนั้นเจ้าบัญชีรายรับรายจ่ายนี่ละที่จะช่วยเตือนความจำทุกรายละเอียดของคุณได้ มันเป็นสิ่งแรกเลยคะที่คุณควรทำเมื่อมีรายรับรายจ่ายเกิดขึ้น
สำหรับการจดบันทึกรายรับรายจ่ายนั้นคุณอาจเลือกจดแบบง่ายๆ ตามที่คุณถนัดหรืออาจลองหา
แอพลิเคชันดี ๆ สักแอพมาใช้งานตามความถนัดเพื่อช่วยในการจดบันทึกที่สะดวกมากขึ้น ส่วนรูปแบบ
การจดบันทึกนั้นอาจเลือกจดแบบรายวันหรือรายเดือนหรือรายปีก็ได้อันนี้แล้วแต่ความต้องการ
ความประสงค์และความถนัดของแต่ละบุคคลเลยคะว่าจะเลือกแบบใด ลองจดดูนะคะแล้วคุณจะรู้ว่า…บันทึกรายรับรายจ่ายช่วยคุณได้จริง ๆ

เทคตนิคการเล่นหุ้น

การเล่นหุ้น
– หมั่นศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องหุ้นเข้าไว้
ความรู้เป็นสิ่งที่คนเราสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ไม่จบสิ้น ยิ่งคุณเรียนรู้มากเท่าไรยิ่งทำให้คุณได้ทราบว่าการเล่นหุ้นคุณควรทำอย่างไรทำแบบไหนถึงจะคุ้ม ลงทุนอย่างไรถึงจะได้กำไร หุ้นนั้นเล่นยากก็จริงแต่หากเรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องหุ้นมากเท่าไร การเล่นหุ้นก็สามารถกลายเป็นเรื่องง่ายดายขึ้นมาได้ ไม่มีใครแก่เกินเรียนแก่เกินศึกษาหาความรู้หรอกคะ คุณว่าจริงไหมคะ?
– ทดลองลงทุนเล่นๆ ก่อนลงสนามจริง
การทำแบบนี้เป็นการฝึกฝนก่อนที่จะทำการลงทุนในสนามจริง เป็นการฝึกฝนรูปแบบการลงทุน เป็นการฝึกซ้อมเพื่อฝึกความชำนาญการเล่นหุ้น ยิ่งเราฝึกมากเท่าไรคุณจะยิ่งรู้จักลงทุนได้ดีมากขึ้นเท่านั้น การลงทุนนั้นเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากเราได้ลองทดลองฝึกลงทุนในสนามเล็กๆ เสียก่อนย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ
– ลงสนามจริงเสียเลย
หลังจากที่คุณได้ลองฝึกฝนในสนามเล็กๆ หรือสนามฝึกฝนไปแล้ว ได้ลองศึกษารูปแบบการเล่นหุ้นจนมีความรู้ในระดับหนึ่งแล้ว ต่อไปก็เข้าสู่การลงเล่นหุ้นในสนามจริงกันเสียที หากคุณอยากเป็นคนหนึ่งที่เล่นหุ้นเป็น เป็นคนหนึ่งที่อยากมีเงินมากมาย อย่ามัวแต่กลัวที่จะลงทุน อย่ามัวแต่กลัวความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น อย่ามัวแต่กังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิด หากอยากรวยต้องลงมือทำ ต้องลงมือเล่น การเล่นหุ้นย่อมมีทั้งได้และเสียอยู่ที่ใจเราแล้วละว่า…คุณกล้าพอไหมที่จะเสี่ยง?

รู้ไหมว่าซื้อทองไม่เหมือนซื้อหุ้นนะจ้ะ

การที่คุณจะซื้อทองคำนั้นคุณควรต้องคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน การซื้อทองคำนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน หากคุณสังเกตดีๆ ราคาของทองคำส่วนใหญ่มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น้อยครั้งที่ราคาทองคำจะลดลงหรือถึงจะลดก็ลดลงไม่มากลงไม่ร้อยบาท ทองนั้นเปรียบเสมือนของมีค่ามีราคาเสมือนน้ำมัน การซื้อทองคำนั้นก็เป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง คือ เป็นการลงทุนในระยะยาว แตกต่างจากหุ้นที่สามรถซื้อขายได้ในทันทีเห็นผลในทันที ส่วนทองคำต้องใช้เวลาในการเก็งกำไร อาศัยจังหวะตลาดโลกถึงจะคุ้ม นอกจากนี้เรื่อของค่ากำเหน็จก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณได้กำไรหรือขาดทุน เพราะ ร้านทองแต่ละร้านมักมีการกำหนดราคาค่ากำเหน็จที่แตกต่างกันไป บางร้านอาจราคาสูงบางร้านอาจราคาต่ำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายของทองคำว่ามีความยากง่ายแพงใด ยิ่งลายที่ทำยากยิ่งค่ากำเหน็จแพง หากคุณไม่อยากเสียเงินในส่วนนี้มากเกินไปเราขอแนะนำว่าให้คุณพยายามเลือกทองที่มีการขึ้นรูปร่างลวดลายน้อยหรือมีการขึ้นลวดลายที่เรียบง่าย ธรรมดามากที่สุด โดยทั่วไปเงินค่ากำเหน็จจะอยู่ที่ 300-500 บาทโดยประมาณ ในส่วนนี้เวลาขายคืนให้กับทางร้านทองเงินที่เป็นค่ากำเหน็จจะไม่ได้คืน พูดง่ายๆ ก็คือ คุณจะเสียเงินส่วนนี้อย่างแน่นอน เงินที่จะได้มาจากการขายก็จะลดลง หากคุณอยากได้ราคาขายทองคำขายแบบเต็มจำนวนเวลาขายคืนต้องกลับไปขายคืนที่ร้านเดิมเป็นดีที่สุดคะ (แต่อย่าลืมนะจ้ะ…. เมื่อไรที่คุณคิดจะขายทอง ราคาเต็มที่จะได้รับก็จะเท่ากับราคาทองคำในช่วงนั้นเท่านั้น ไม่ใช่ราคาทองตอนคุณซื้อมา)

การซื้อทองผ่านบัตรเครดิต

อีกวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสังคมปัจจุบัน คือ การเลือกซื้อทองคำผ่านการรูดบัตรเครดิต เพราะในสังคมสมัยนี้กลายเป็นสังคมแบบเงินผ่อน หลายคนเลือกที่จะซื้อของทุกอย่างด้วยการผ่อน มีสมบัติต่างๆ ก็ด้วยการผ่อนบัตรเครดิต บางคนถึงขั้นยอมที่จะเสียค่าธรรมเนียมการรูดบัตรหรือแม้กระทั่งดอกเบี้ยเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของที่ตนเองต้องการ แน่นอนว่าสำหรับทองคำนั้นก็ได้รับความนิยมในการซื้อผ่านบัตรเครดิตด้วยเช่นเดียวกัน บางคนซื้อทองเพื่อการสะสมแต่บางคนก็เลือกซื้อเพื่อการลงทุน (ทั้งแบบระยะยาวและระยะสั้น) เพราะทองคำนั้นถือว่าเป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งแต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องคำนึงถึงให้มากๆ คือ ราคาของทองคำเป็นสิ่งที่สามารถขึ้นลงได้เสมอ ราคาจะค่อนข้างผันผวนได้ตลอดเวลา การเลือกซื้อทองด้วยการใช้บัตรเครดิตนั้นคุณควรคำนวณให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ คำนวณดูก่อนว่าหากรูดบัตรเครดิตไปแล้วคุณจะยังคงได้กำไรหรือไม่ ได้กำไรแค่ไหน ได้กำไรเท่าไร หากรูดแล้วมันจะคุ้มอยู่หรือไม่
นักลงทุนบางท่านอาจเป็นผู้ที่ไม่มีเงินสดในการซื้อทองแต่มีความอยากได้ทองไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องประดับหรือเพื่อไว้สะสมจึงเลือกที่จะหันหน้าเข้าหาการซื้อด้วยการใช้บัตรเครดิตแทน นอกจากนี้การทำแบบนี้จึงเป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากลงทุนแต่ไม่มีเงินทุนใช้หมุนเวียน นักลงทุนในลักษณะนี้จะใช้วิธีการรูดบัตรก่อน หลังจากที่รูดบัตรเรียบร้อยคุณต้องทำการปิดยอดเงินนั้นให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้เกิดการเสียดอกเบี้ย แน่นอนว่าช่วงระยะเวลานั้นจะเป็นช่วงที่คุณปลอดดอกเบี้ย ปลอดจนกว่าจะถึงยอดเรียกชำระเงินรอบถัดไปจะมาถึงกำหนด อาจมากถึง 45 วัน ช่วงเวลานี้ละที่นักลงทุนอาศัยให้เป็นจังหวะของการทำกำไรในระยะสั้นนั่นเอง

อยากมีเงินเดือนเหลือเก็บ…แก้ได้ด้วยบัญชีรายรับรายจ่าย

คุณเคยเจอกับปัญหานี้ไหม? “ปัญหาไม่มีเงินเก็บ” หรือ หาเงินมาได้เท่าไรก็ไม่เคยสินะที่จะพอใช้? หลายคนอาจกำลังให้ความสนใจไปที่เรื่องของรายได้มากกว่ารายจ่าย คิดแค่ว่ารายได้ที่เราได้นั้นมันช่างน้อยเสียเหลือเกิน น้อยเกินไปหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วสิ่งแรกที่ก่อให้เกิดปัญหาของการไม่มีเงินเหลือเก็บก็คือ เรื่องของรายจ่ายมากกว่า ดังนั้นเจ้ารายจ่ายนี่ละที่ควรเป็นสิ่งแรกที่เราควรจัดการก่อนสิ่งอื่นใด รายจ่ายจะเป็นตัวการสำคัญที่จะบอกเล่าความเป็นไปของชีวิตได้ดีสุด
สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่คุณควรต้องทำเมื่อต้องการจัดการรายจ่าย ก็คือ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพราะการทำแบบนี้จะช่วยทำให้คุณมองเห็นภาพโดยรวมเกี่ยวกับการเงินของตัวคุณเองได้ชัดเจนมากขึ้นและถ้าเราต้องการสร้างนิสัยทางการเงินของตัวเราเองให้ดีขึ้น การทำบัญชีรายรับรายจ่ายนี่ละที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถควบคุมพวกค่ารายจ่ายที่ไม่จำเป็น รายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยและสามารถจัดการกับปัญหาได้โดยตรงกับประเด็นนั้น ๆ อย่างถูกต้อง
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของเจ้าบัญชีรายรับรายจ่าย ก็คือ สามารถช่วยในเรื่องของการติดตามเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตได้อีกด้วย เพราะว่า ในจดแต่ละวันคุณจะสามารถทราบว่าวันๆ หนึ่งคุณรูดค่าอะไรไปบ้าง เสียเงินไปเท่าไร เสียอะไรไปบ้าง และปัญหาหลักๆ ของเจ้าบัตรเครดิตก็คือ หลายคนมักจำไม่ได้ว่าตัวเองจ่ายอะไรไปบ้าง บางคนลืม มารู้ตัวอีกทีก็ตอนบิลมาเสียแล้ว การจดรายรับรายจ่ายจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยทำให้คุณทราบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่รูดไปได้อย่างละเอียดนั่นเอง
จริง ๆ แล้วบันทึกรายรับรายจ่ายไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากมาย เพียงแค่คุณต้องทราบก่อนว่าวันนั้น ๆ คุณจ่ายอะไรไปบ้าง มีรายรับเท่าไร รายจ่ายเท่าไร แล้วในแต่ละวันมีกี่รายการ มีรายการอะไรบ้างแค่นี้ก็ถือว่าบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นโอเคสำหรับคุณแล้วละคะ…เห็นไหมละคะไม่ยากเลย คุณคิดเหมือนกันไหมคะ?

ซื้อทองคำด้วยบัตรเครดิตให้คุ้ม

แต่คุณรู้ไหมว่า การลงทุนแบบนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงพอประมาณแถมยังอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากได้อีกด้วย เพราะ ทองคำนั้นเป็นสิ่งที่มีความผันผวนได้ตลอดเวลานั่นอาจทำให้เราไม่สามารถมั่นใจได้ว่าหากรูดบัตรไปแล้วจะทำกำไรไว่ได้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ แล้วหากช่วงนั้นทองคำเกิดราคาตกลงละ คุณอาจไม่ได้กำไรเลยสักบาทก็ได้ดีไม่ดีอาจขาดทุนได้อีกด้วยหากคุณไม่มีเงินสดจากแหล่งเงินอื่นเพื่อใช้ในการชำระเงินคืนให้กับทางบริษัทเจ้าของบัตรเครดิตได้ทันตามกำหนด แน่นอนว่าดอกบี้ยก็จะเกิดขึ้นแล้วละทีนี้ถ้าคุณจ่ายไม่ครบหรือจ่ายแบบขั้นต่ำ หรือไม่ทางเลือกสุดท้ายทื่คุณต้องทำก็คือ ขายทองคำที่เพิ่งซื้อมาเพื่อเอาเงินส่วนนั้นมาคืนแก่บริษัทแทน
และสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรระวัง คือ บางร้านนั้นอาจมีการเสียค่าชาร์จ (ค่าธรรมเนียมการรูดบัตรเครดิต) เพิ่มเติม ส่วนเรื่องของการซื้อทองคำแท่งนั้นหากจะซื้อให้คุ้มควรซื้อแบบ 5 บาทขึ้นไป เพราะ การซื้อแบบนี้คุณจะไม่ต้องเสียเงินในส่วนของค่าทำบล็อค (ค่าทำบล็อคปกติจะมีราคาอยุ่ที่ 100 บาทขึ้นไป) ดังนั้นหากจะให้ทางเราแนะนำแล้วละก็ เราขอแนะนำว่า คุณควรที่จะเก็บเงินไปเรื่อยๆ เป็นดีที่สุด เก็บเงินให้ครบเสียก่อน ค่อยๆ เก็บไปอย่าใจร้อน เก็บให้ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้แล้วค่อยนำเงินนั้นไปซื้อทองคำเป็นดีที่สุด
ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม คือ การผ่อนแบบ 0 % (แบบแบ่งจ่ายหลายเดือน) หรือการรูดบัตรเครดิตตามโปรโมชันต่างๆ ที่ทางร้านทองหรือบริษัทบัตรเครดิตมอบสิทธิพิเศาให้แต่การทำแบบนี้ก็จะมีในเรื่องของการชาร์จ/การคิดค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกัน แต่หากร้านไหนหรือบริษัทใดมีการผ่อนแบบไม่คิดเงินในส่วนนี้เราขอแนะนำว่า ก็แลยนะสิ อย่ารอช้าซื้อเลย

แนวทางการเล่นหุ้นเล็กๆ

แนวทางการเล่นหุ้นเล็กๆ
– ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
หากอยากจะเล่นหุ้นจริงๆ แล้วละก็ คุณต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลงสนามในการลงทุน ตั้งเป้าหมายไว้เลยว่า คุณอยากได้กำไรเท่าไร คุณต้องการลงทุนที่ไหนและคุณจะลงทุนอย่างไรไว้ให้ชัดเจน
– เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม
เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก หลายคนคงทราบกันดีว่า…การลงทุนด้วยการเล่นหุ้นนั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเสี่ยงมากพอสมควร แน่นอนว่าคุณต้องรู้จักที่จะเตรียมตัวเตรียมใจของตัวเองไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ เตรียมที่จะรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีหากคำว่าขาดทุนเกิดขึ้น หากคุณมีการเตรียมตัวเตรียมใจไว้พร้อมอยู่ตลอดเวลาแน่นอนว่าเวลาที่คุณเจ็บ เวลาที่คุณพลาดหรือเมื่อใดก็ตามที่ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นดังที่คุณคาดหวังเมื่อนั้นคุณจะได้ไม่เจ็บมาก คุณสามารถที่จะลุกขึ้นและเดินหน้าใหม่ได้อีกครั้งอย่างไม่ย่อท้อ
– สำรวจตัวเองสม่ำเสมอ
การสำรวจตัวเองอยู่เสมอนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณควรทำและเป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้ทราบว่าตัวคุณนั้นมีสภาวะทางการเงินเป็นอย่างไรบ้าง มีรายรับรายจ่ายมากน้อยเพียงใด การทำแบบนี้จะทำให้คุณได้รู้จักที่จะวางแผนเพื่อการลงทุน รู้จักการบริหารจัดการให้เป็นระบบและรู้จักที่จะลงทุนอย่างเหมาะสม
จากหัวข้อดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงข้อเสนอเล็กๆ เกี่ยวกับเรื่องการเล่นหุ้นที่เราอยากจะเสนอให้คุณได้ลองเก็บไปคิด เก็บไปพิจารณา เพราะหากคุณไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ก็อาจทำให้การเล่นหุ้นของคุณเกิดความผิดพลาดและอาจนำไปสู่การสูญเสียเงินทองมากมายโดยใช่เหตุก็เป็นได้…

ประโยชน์ของการจดรายรับรายจ่าย

หากจะถามว่าการจดบันทึกรายรับรายจ่ายมีประโยชน์อย่างไร ขอบอกเลยว่ามีประโยชน์มากคะ ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ ได้แก่
– จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราทราบถึงพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเราเอง (ทั้งรายวัน รายเดือน รายปีได้อย่างละเอียดยิบ) ทำให้เราทราบว่าวันนี้ใช้อะไรไปบ้าง วันก่อนเราจ่ายอะไรไปบ้าง
– ช่วยทำให้เราทราบว่าแต่ละวันเราต้องเสียเงินไปกับค่าใช้จ่ายไร้สาระ ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์มากเพียงใด เพราะในบางครั้งเราอาจพลั้งเผลออยากได้นู้นนี่นั่นมากมายเสียเหลือเกิน อยากได้นู้น อยากไปเที่ยวนี่ อยากมิทติ้งกับเดอะแกงค์ อยากซื้อความสุขให้ตัวเองด้วยการช้อปปิ้ง, การออกไปทานข้าวนอกบ้านจนลืมนึกไปว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเอาเสียเลย ออกจะไร้สาระเสียด้วยซ้ำ เมื่อเรารู้แล้วนั่นก็จะทำให้เราสามารถตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่มี่จำเป็นเหล่านั้นลงได้ เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่มีประโยชน์ ไม่จำเป็นออกไปได้มากมายเลยทีเดียว
– ช่วยทำให้ทราบยอดเงินออมในบัญชีของเราได้อีกด้วย (เอ๊ะ!! หรือบางคนยังติดลบอยู่นะ…) เมื่อมีการจดบันทึก แน่นอนว่าเราย่อมต้องทราบว่าที่ผ่านมาเราจัดสรรเงินเพื่อการออมไปแล้วเท่าไร อย่างไรบ้าง เดือนไหนออมเท่าไร เดือนไหนไม่ได้ออม
– ช่วยทำให้เรามีนิสัยที่ละเอียดมากขึ้น ช่วยทำให้เรามีนิสัยที่รักการจด รู้จักใส่ใจในทุกรายละเอียดการใช้จ่าย ทำให้กลายเป็นคนที่รู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้นในอนาคต